Monthly Archives: March 2016

Thai food

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง ที่ทำรายได้ขายถึงวันละ80,000

Thai food          ก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้ง “พี่อ้อ”นั้นถือว่าเป็นธุรกิจก๋วยเตี๋ยวที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากซึ่งมียอดขายถึงวันละ80,000 ซึ่งเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่มีลูกค้าเยอะจนถึงขนาดต้องมาต่อคิวรับประทานกัน ซึ่งจุดที่ตั้งของร้านนั้นก็ไม่ได้อยู่ในทำเลที่มีผู้คนเดินพุกพล่านตั้งอยู่ในซอยเล็กๆซึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวพี่อ้อนั้นเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่พัฒนามาจากร้านก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำซึ่งเป็นธุรกิจที่ที่ครอบครัวขายมาได้กว่า40แล้ว จุดเริ่มต้นที่มาทำเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งนั้นก็ได้มาจากการที่ดูกลุ่มผู้คนที่ชอบรับประทาน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้งแต่รูปร่างหน้าตาอาหารไม่เหมือนในซองที่กิน ก็เลยเกิดไอเดียขึ้นมาจึงลองทำก๋วยเตี๋ยวต้มยำกุ้งจริงๆโดยการเอากุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มาเป็นในหนึ่งวัตถุดิบในการทำอาหาร เพื่อเป็นจุดจูงใจในการดึงดูดให้ลูกค้ามารับประทาน ไม่แค่ขายก๋วยเตี๋ยวเพียงอย่างเดียว ร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นยังได้มีเมนูอีกหลายๆรายการมาให้ลูกค้ารับประทานเลือกสั่งได้ตามที่ตัวเองต้องการ เช่น ข้าวไข่ข้นซอสปู ข้าวราดมันปู หรือน้ำซุปต้มยำกุ้ง เป็นต้น ซึ่งวัตถุดิบในแต่ละอย่างนั้นทางร้านได้เน้นของที่มีคุณภาพดีที่สุด เพื่อความอร่อยถูกปาก ถูกใจลูกค้า เป็นอย่างดี ร้านพี่อ้อ นั้นได้เริ่มจากร้านเล็กๆมีเพียงโต๊ะนั่งไม่กี่โต๊ะจนขยายร้านให้ใหญ่มีโต๊ะเพิ่มมากขึ้นมีพื้นที่ทางร้านกว้างขึ้นโดยที่ลูกค้าไม่ต้องมานั่งเบียดกัน ก่อนหน้าที่พี่อ้อจะมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นได้ทำการขายอาหารพวกข้าวมันไก่ ข้าวหน้าเป็ด แต่ก็ยังไม่ถูกใจตามที่ต้องการก็เลยหันมาทำเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวแทน ร้านก๋วยเตี๋ยวพี่อ้อนั้นเป็นกิจการที่ขายได้ดีและเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ดีของหลายๆท่านที่คิดจะทำธุรกิจคือ การที่ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาธุรกิจ ส่วนใครที่มีธุรกิจที่สำเร็จแล้วควรจะพัฒนาต่อไปควรจะมีบริการ เพิ่มเช่นทำเป็นแบบเดลิเวอร์รี่จัดส่งให้ถึงบ้านตามระยะบริเวรที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของทางร้าน หรือจัดทำโปรโมชั่นทางร้านให้กับลูกค้าอย่างเช่นทานครบกี่บาทๆจะได้รับสิทธิ์ในการชิงรางวัลต่างๆให้กับลูกค้า เป็นต้น

sme

โจ๊กเปิดหม้อ ธุรกิจที่เปิดใหม่สำหรับคนที่ชอบกินโจ๊ก

sme  ธุรกิจโจ๊กปากหม้อเกิดจากบุคคลที่เป็นพนักงานเงินเดือนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันซึ่งต่างคนต่างก็มีงานประจำกันอยู่แล้วแต่ต้องการที่จะมีธุรกิจเป็นของตนเองอยากสร้างรายได้เสริมทั้ง3คนจึงได้ตกลงกันว่าจะลงทุนทำธุรกิจกันและร่วมลงทุนกันโดยแบ่งหน้าที่กันต่างคนก็จะมีน่าที่ของแต่ละคน “โจ๊กเปิดหม้อ” นั้นคือ โจ๊กต้มยำกุ้งมังกร การที่จะเปิดร้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธุรกิจโจ๊กนั้นมีคนทำอยู่มากมาย แต่โจ๊กเปิดหม้อนั้นเป็นโจ๊กที่ไม่เหมือนกับร้านที่เปิดทั่วไป ด้วยภาชนะของโจ๊กเปิดหม้อที่ใส่นั้นจะเปลี่ยนจากชามธรรมดาเป็นหม้อดินและส่วนวัตถุดิบในการทำโจ๊กนั้นก็จะไม่เหมือนกับร้านโจ๊กทั่วไปเมนูของทางร้านก็คือ โจ๊กต้มยำกุ้งมังกร,เซ็ตปลาแซลมอน159บาท,เซ็ตเรือบุก,เซ็ตประมง,เซ็ตหมูตุ๋น เป็นต้น แล้วยังมีท๊อปปิ้งให้เลือกกว่า20อย่าง กุ้งแม่น้ำ,หอยแมลงภู่,หมูเด้ง,หมูสับ,กระเพาะหมู,กระดูกอ่อน,ไส้ลวก,หมูกรอบ,ไส้ทอด,หมูตุ๋น,ไข่เค็ม,ไข่ไก่,,ไข่เยี่ยวม้า,กุ้ง,ปลาหมึกกรอบ,ปลาหมึก,เห็ดหอม,เห็ดออรินจิ,เห็ดฟาง,ไก่ฉีก,ปลาท่องโก๋,หมี่กรอบ เป็นร้านอาหารที่มีเมนูและวัตถุดิบให้ลูกค้าที่ไปทานได้เลือกสรรค์มากมายมีทั้งลูกค้าประจำหรือขาจรไปมาอย่างมากมาย ตอนนี้โจ๊กมากหม้อนั้นได้เปิดกิจการแล้วทั้งหมด2สาขา สาขาแรกได้เปิดให้บริการที่พุทธมนฑลสาย1ส่วนในสาขาที่2นั้นได้เปิดอยู่ที่ลาดพร้าว71 ซึ่งมีรายได้ในการขายตกอยู่ที่ 20,000บาทต่อวันในสาขาแรก ส่วนในสาขาที่2ได้ต่อวันวันละ 10,000 บาท เป็นกำไรที่พออยู่ได้ โจ๊กหม้อดินนั้นยังเปิดได้ไม่นานนักผู้คนเลยยังไม่ค่อยรู้จักต้องใช้เวลาในการเปิดสักพักถึงอาจจะเป็นที่รู้จักสำหรับผู้คนมากขึ้น โจ๊กเปิดหม้อนั้นก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

sme

บะหมี่เกี๊ยวตลกชื่อดัง โหน่ง ชะชะช่า

sme                ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก โหน่ง ชะชะช่า เป็นหนึ่งในแก๊งสามช่า ดาราตลกชื่อดังในตอนนี้ได้เปิดธุรกิจทำร้านบะหมี่ชื่อว่า “บะหมี่เกี๊ยวโหน่ง” บะหมี่เกี๊ยวโหน่งนั้นได้เปิดขายแฟรนไชส์สำหรับผู้ที่สนใจในราคา70,000 บาท พร้อมเครื่องทำครบและอุปกรณ์พร้อมทำขายได้เลยและยังมีการอบรมในการปฏิบัติและทฤษฎีเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รู้หลักวิธีทำอย่างถูกต้อง เส้นบะหมี่โหน่งที่ขายนั้นโหน่งกับภรรยาทั้งสองคนนั้นช่วยกันคิดช่วยกันทำจนสำเร็จ และได้มีการทดลองขายก่อนเพื่อวัดผลกำไรก่อนที่จะลงทุน โหน่งนั้นได้เปิดสาขาแรกนั้นได้เปิดที่หน้ามหาวิทยาลัยรังสิตัวนแรกที่เปิดร้านนัน้ได้มีลูกค้ามาเข้าร้านไม่น้อยเลยที่เดียวแต่ละชามนั้นโหน่งได้บอกว่าจะมีกำอย่างน้อย30%ต่อชามโดยราคาขายนั้นก็จะเป็นราคาที่พอดีกับลูกค้าไม่แพงมากจนเกินไป ในตาละชามนั้นในราคาปกติก็จะอยู่ชามละ35บาทต่อชามส่วนราคาชามแบบพิเศษก็จะ40บาทซึ่งเป็นราคาขายที่พอดีกับลูกค้าและคนขาย โดยบะหมี่แต่ละชามของโหน่งนั้นวัตถุดิบที่โหน่งมาทำเช่น หมูแดง น้ำซุป เส้นบะหมี่ โหน่งและภรรยาได้เป็นคนปรุงรสคิดค้นวิธีทำเอง อย่างบะหมี่ต้มยำน้ำต้มยำโหน่งก็จะเป็นคนคิดวิธีปรุงรสให้ได้รสชาติอร่อยโดยที่ลูกค้าไม่ต้องปรุงเพิ่มแต่ใครจะปรุงเพิ่มก็ได้แล้วแต่คนจะชอบกินรสชาติไหนกัน

ข้อดีของการทำแฟรนไชส์ คือได้ภาพลักษณ์จากคนที่มีชื่อเสียงในประเทศแล้วยังได้ของสินค้าที่มีคุณภาพ ตอนนี้บะหมี่เกี๊ยวโหน่งได้เปิดมาแค่1ปีกว่าแต่มีถึงอยู่10สาขาแล้วซึ่งนับว่าเป็นการขยายตัวที่เร็วมาก เนื่องจากการที่โหน่งนั้นเป็นคนที่โด่งดังในประเทศอยู่แล้วจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากที่จะทำให้ผู้คนรู้จักบะหมี่ของโหน่ง แต่สำหรับแฟรนไชส์จำพวก บะหมี่ หรือก๋วยเตี๋ยวนั้น อาจจะมีสภาวะการแข่งขันที่สูงเพราะคนที่เปิดแฟรนไชส์จำพวกนี้ก็จะมีคนเปิดกันเยอะ ถึงแม้ว่าการลงทุนธุรกิจแบบนี้จะใช้งบลงทุนที่ไม่สูงเท่าไหร่แต่โอกาสที่จะมีการขาดทุนก็สูงเช่นกัน