ปัจจัยพื้นฐานของนักเล่นหุ้น

การเล่นหุ้น เปรียบเสมือนการปลูกต้นไม้ ถ้าคุณอยากได้ต้นไม้ที่แข็งแรง เจริญงอกงามได้ดี คุณต้องเริ่มจากการคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีและแข็งแรงเสียก่อน รวมทั้งต้องศึกษาส่วนประกอบต่างๆของเมล็ดพันธุ์นั้น ก่อนนำไปปลูก เพราะฉะนั้นการเล่นหุ้นก็เช่นเดียวกัน คุณจำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลของตัวหุ้นนั้นๆให้ครบถ้วน เช่น สภาพแวดล้อม , ซื้อขาย , ภาวะเศรษฐกิจ , องค์ประกอบและอีกหลายอย่างมากมาย โดยการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการเล่นหุ้น ในยุคปัจจุบันนี้ เปิดกว้างอย่างไร้ขอบเขต ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะศึกษาอย่างจริงจัง

คุณสามารถศึกษาหาข้อมูลจากหนังสือ , อินเตอร์เน็ต , ไปสัมมนาเพื่อพูดคุยกับนักเล่นหุ้นคนอื่นๆ เพื่อขอคำแนะนำหรือเล่นตามนักเล่นหุ้นรุ่นใหญ่ แต่ไม่ใช่เพียงแค่เล่นตามไปเรื่อยๆ แต่คุณต้องค่อยๆศึกษาพร้อมเรียนรู้วิธีการเล่นเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เพื่อกลายเป็นนักลงทุนตัวจริงในวันข้างหน้า

ปัจจัยพื้นฐานของนักเล่นหุ้น

ตลาดหุ้นในประเทศไทย มีขนาดเล็ก พื้นฐานเศรษฐกิจยังต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ทำให้ไม่ค่อยมีผลต่อการซื้อขายของตลาดโลกรวมทั้งไม่มีผลกระทบมากในการจะผลักดันเศรษฐกิจโลกได้ แต่ถ้าหากเศรษฐกิจโลกมีปัญหา เศรษฐกิจในประเทศไทยก็อาจมีปัญหาตามไปด้วยเช่นเดียวกัน พูดง่ายๆก็คือ ภาวะตลาดหุ้นในบ้านเรามักจะขึ้น – ลงตามตลาดหุ้นเมืองนอก หรือตลาดหุ้น Dow Jones ของสหรัฐอเมริกา ที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นบ้านเราพอสมควร เพราะประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ มีประชาชนหลายล้านคน ทำให้ความต้องการบริโภคสูง ถ้าเศรษฐกิจไม่ดีก็อาจทำให้การบริโภคของคนในประเทศลดลง จนมีผลทำให้ธุรกิจทั่วโลกลดลงตามไปด้วย นั่นเอง

กฎอุปสงค์และกฎอุปทาน

ใช้อธิบายการซื้อขายสิ่งของต่างๆบนโลกใบนี้ โดยกฎอุปสงค์ คือ ความต้องการที่จะซื้อสินค้าตัวนั้น เมื่อราคาสินค้าลดลงอุปสงค์หรือความต้องการก็จะมีมากขึ้น พูดง่ายๆคือ เมื่อคนเราเห็นของถูกก็อยากซื้อ และกฎอุปทานเกี่ยวกับความต้องการขาย เมื่อราคาสินค้าสูงขึ้น อุปทานก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย เพราะผู้ขายเองก็ต้องการกำไรเยอะๆ

ช่วงเวลา

‘ช่วงเวลา ’ ก็มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะไม่ใช่ว่าหุ้นทุกตัวจะเคลื่อนไหวพร้อมๆกันหมด อย่าลืมว่าการเล่นหุ้นในประเทศไทยมักขึ้นลงตามตลาดเมืองนอก เช่น ตลาดเปิดช่วงเช้า เราก็จะดูตลาดหุ้นเอเชีย เช่น สิงคโปร์ เป็นต้น  เพราะประเทศของเราเน้นส่งออก ด้วยเหตุนี้ถ้าเศรษฐกิจเพื่อนบ้านของเราดี ก็จะคาดเดาได้ว่าการส่งออกสินค้าและการซื้อขายสินค้าจากประเทศของเราก็ดีเช่นกัน ต่อมาหลังจากตลาดเปิดช่วงบ่ายไปสักครู่ ตลาดหุ้นในยุโรปก็จะเริ่มเปิดตัวซื้อ – ขายพอดี ทำให้ต้องไปดูแนวโน้มตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้น Dow Jones แทน